จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558

กระจกรวมแสง(รุ่น trial A1)

วันนี้พวกเราได้ลองหาวัตถุที่มีลักษณะคล้ายๆพาราโบลอยด์ เพื่อที่จะเอามาทำกระจกขนาดใหญ่ที่ไว้รับแสง  สำหรับบางคนที่ยังงงๆอยู่ว่าเอ๊ะ!! "พาราโบลอยด์มันคือจังได๋?"  ทำไมมันมีชื่อเหมือนกราฟพาราโบลาที่ตอนเราเรียนอยู่ ม.3 เลยล่ะ คำตอบคือ  มันเป็นพ่อเป็นลูกกันครับ แล้วยังไงล่ะ? ดูภาพครับ

รูปที่1 
(อ้างอิงภาพจากfltsolver.wordpress.com)

นี่เป็นกราฟพาราโบลาที่เราๆคุ้นเคย ถ้าเราลองจินตนาการว่าเราหมุนกราฟนี้ไปรอบๆแกนx แล้วให้บริเวณที่กราฟผ่านไปมีพื้นที่เกิดขึ้น จนมันหมุนกลับมาที่เดิม เราจะพบว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผิวโค้งพาราโบลอยด์คับ เช่นภาพด้านล่างนี้

รูปที่2 
(อ้างอิงภาพจาก kanchanapisek.or.th) 

ซึ่งไอ้พวกผิวโค้งประเภทนี้ เค้ามักนิยมนำมันมารับแสง หรือรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพราะถ้าพวกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เข้ามาจากระยะอนันต์มากระทบที่ด้านในของผิวโค้งนี้ แล้วมันก็จะมารวมกันที่จุดโฟกัสของผิวโค้งพอดิบพอดี 
   ซึ่งความสามารถอันน่าทึ่งอันนี้นี่เองที่ผมจะนำมารวมแสง ซึ่งวัถุที่ผมได้ไปดูไว้นั้นก็มีหลากหลายแบบ  ได้แก่ ร่ม(เป็นบางชนิด)  กระทะ  และฝาชี  เป็นต้น ซึ่งสุดท้ายแล้วผมก็เลือที่จะใช้ฝาชี ด้วยเหตุผลคือ ร่มมันไม่ค่อยจะแข็งแรงสักเท่าไร ส่วนกระทะเท่าที่ผมไปดูมาที่ร้านค้าหน้ามหาวิทยาลัย ก็มีหลายๆขนาดแต่ผมอยากให้แสงที่ตกกระทบมีปริมาณมากจึงต้องใช้กระทะใบใหญ่ ซึ่งไอ้กระทะใบใหญ่นี่ ราคาก็ตกอยู่ที่ 500 กว่าบาท (นึกถึงไอ้กระทะที่เค้าเอาไปใช้ทำกับข้าวเลี้ยงคนในงานวัดแหละครับ)  ซึ่งบอกเลยครับว่ายังไม่กล้าลงทุน(จริงๆก็ไม่มีตังแหละครับ55555)


เอาล่ะครับหลังจากพูดน้ำไปเยอะ ตอนนี้มาดูการทำผิวโค้งรวมแสง(หรือเรียกว่ากระจกเว้าก็ได้ครับ)กันเลยครับ


นี่เป็นฝาชีที่ผมไปหามาได้  ส่วนการที่เราจะทำให้มันสามารถสะท้อนแสงได้นั้น เราต้องติดกระจกเงาราบบชิ้นเล็กๆให้กับมัน  แต่เนื่องจากเป็นเป็นรุ่นทดลองเราจึงใช้กระดาษ ที่มันสะท้อนแสงได้เหมือนกระจกมาใช้แทน 



อย่างเช่นกระดาษห่อของขวัญราคาถูก 
ขั้นตอนแรก
  เราพยายาจะตัดกระดาษเป็นชิ้นส่วนเล็กๆเพื่อให้ง่ายในการติด และจะทำให้กระดาษโค้งงอไปตามรูปทรงของฝาชีอีกด้วย


ชิ้นส่วนนี้เอาไว้เป็นแบบในการตัดกระดาษห่อของขวัญครับ




ขั้นตอนที่2

   ขั้นตอนนี้ต้องใจเย็นนิดหนึ่งครับ เพราะบอกเลยว่า แลดูง่ายๆแต่ถ้าติดให้สวยนี่ ยากอยู่น่ะครับ


การทำก็ง่ายๆมีแค่สองขั้นคร่าวๆประมาณนี้แหละครับ เพราะที่เหลืออย่างที่บอกต้องใช้พลังสมาธิครับ ต่อจากนี้จะเป็นภาพที่ประมวณมาเก็บครับ







 สุดท้ายของวันนี้เลยครับ ผลงานออกมาสวยงามไหมก็อย่างที่เห็นน่ะครับ ส่วนประสิทธิภาพการรวมแสงจะเป็นอย่างไร รอติดตามน่ะครับ เพราะวันนี้ทำเสดแดดก็หมดพอดี 55555








วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558

หลักการและเหตุผล

เครื่องยนต์สเตอร์ลิงพลังงานแสงอาทิตย์
ระบบจานพาราโบลาร่วมกับเครื่องยนต์สเตอร์ลิง
ระบบผลิตแบบนี้จะใช้หลักการแปลงพลังงานจากรังสีดวงอาทิตย์ให้เป็นความร้อนแล้วแปลงพลังงานความร้อนให้เป็นพลังงานกลเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้า โดยระบบจะประกอบด้วยจานรวมแสงแบบพาราโบลาและเครื่องยนต์สเตอร์ลิง (stirling engine) กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยตัวรวมแสงแบบจานพาราโบลา อาจมีแผ่นสะท้อนเป็นผิวต่อเนื่อง หรือประกอบด้วยแผ่นสะท้อนแสงหลายชิ้นซึ่งประกอบกันเป็นผิวโครงพาราโบลา และมีเครื่องยนต์สเตอร์ลิงกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าวางอยู่ที่จุดโฟกัสของจานพาราโบลา และจานดังกล่าวต้องมีระบบขับเคลื่อนแบบ 2 แกนตามดวงอาทิตย์ตลอดทั้งวันโดยทั่วไประบบจานพาราโบลาร่วมกับเครื่องยนต์สเตอร์ลิง 1 ชุด จะมีกำลังการผลิต 25-40 kW แต่ละชุดสามารถทำงานโดยอิสระ ถ้าต้องการกำลังไฟฟ้ามากก็ติดตั้งจำนวนหลายชุดคล้ายกับระบบผลิต
ไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์ ตัวอย่างของระบบผลิตไฟฟ้าแบบนี้ มีดังนี้
รูปที่ 1 แสดงหลักการทำงานระบบผลิตไฟฟ้าแบบจานพาราโบลาร่วมกับเครื่องยนต์สเตอร์ลิง

วัตถุประสงค์

1.เพื่อศึกษาการรวมแสงของกระจก
2.เพื่อเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้เป็นงานความร้อนและเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานเครื่องกล

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เครื่องยนต์สเตอร์ลิงพลังงานแสงอาทิตย์

(Sun power stirling engine)

โดย

นายชนแดน ด้วยคุ้มเกล้า  รหัสนิสิต 56085600


นางสาวปิยรัชนี  ประไพรภูมิ รหัสนิสิต  56085789


นางสาวสุดารัตน์  สุขบรรจง  รหัสนิสิต  56087275


นางสาวรรณิภา  เวทการ  รหัสนิสิต  56088175


นางสาววรัญญา  บุญอาจ  รหัสนิสิต  56088186

นิสิตชั้นปีที่ 3  สาขาฟิสิกส์และสาขาฟิสิกส์(คู่ขนาน)   
มหาวิทยาลัยพะเยา